วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2554

เรื่อง : นัฐยา  แย้มพุ่ม, โปรแกรมเมอร์
ประสิทธิ์ อ้วนไตร, โปรแกรมเมอร์
มัณฑนา  ทิพย์วารีรมย์,  ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ
บิษัท คอนซัลแทนท์  ออฟ  เทคโนโลยี  จำกัด

การออกแบระบบฐานข้อมูลลูกค้า  เพื่อการตลาดและลูกค้าสัมพันธ์
1.               บทนำ
                การดำเนินธุรกิจในปัจุบันขององค์กรนั้น  จะประสบผลสำเร็จมากน้อยเพียงใดลูกค้ามีส่วนสำคัญมาก  การพัฒนาระบบการจัดการลูกค้าที่มีประสิทธิภาพมีสิ่งสำคัญที่เป็นหลักของการบริหาร  คือ  การตระหนักถึงความสำคัญของลูกค้าแต่ละรายการที่องค์กรสามารถทำให้ลูกค้าจงรักภักดีต่อองค์กรได้นั้น  เป็นหัวใจหลักในการนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจระยะยาว
                ข้อมูลพื้นฐานเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาระบบให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด  แต่สิ่งสำคัญนั้นคือ  การจัดเรียงข้อมูล  หรือประมวลผลข้อมูลเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์  โดยให้ผู้ใช้สามารถหยิบยกข้อมูลมาใช้ได้อย่างสะดวก  แก้ไขปรับปรุง  หรืออัพเดตข้อมูลได้ง่าย  โดยเฉพาะสำหรับองค์กรขนาดใหญ่  ข้อมูลต่าง ๆ เกิดขึ้นใหม่ตลอดเวลา  การจัดเรียงข้อมูลให้เป็นระเบียบจึงเป็นสิ่งสำคัญ  เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนของข้อมูล  ทั้งนี้การปรับปรุงระบบต่าง ๆ  ควรต้องมีการทดลองใช้  หรือทดสอบประสิทธิภาพ  เพื่อป้องกันผลกระทบเสียหายต่อการทำงานขององค์กร
2.               ความเป็นมาและขั้นตอนการดำเนินงาน
บริษัท  คอนซัลแทนท์  ออฟ  เทคโนโลยี  จำกัด  (COT)  เป็นบริษัทที่ให้บริการด้านงานวิศวกรรมออกแบบและจัดการระบบ  ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี  .. 2526  ปัจจุบันมีพนักงานจำนวนมากกว่า  300  คน  ลูกค้าของบริษัทฯ มีจำนวนมากกว่า  2,500 รายด้วยกัน  แต่เดิมข้อมูลต่าง ๆ จะถุกจัดเก็บในลักษณะของแฟ้มเอกสาร (Hard  copy) 
COT  ได้เล็งเห็นความสำคัญของระบบฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพที่สามารถช่วยให้การจัดการขององค์กรมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  จึงได้จัดตั้งโครงการวิจัยและพัฒนาระบบฐานข้อมูลลูกค้า  โดยมีลำดับขั้นตอนและแผนผังการดำเนินโครงการดังต่อไปนี้
1.              ศึกษาโปรแกรมระบบฐานข้อมูล
2.                   ทำแบบสอบถามความคิดเห็นของพนักงาน  จัดทำแบบสอบถามความคิดเห็นของพนักงานในบริษัทฯ  เพื่อให้การจัดทำระบบฐานข้อมูลสามารถตอบสนองความต้องการการใช้งานของพนักงานมากที่สุด  และสรุปผลจากแบบสอบถาม
3.                   รวบรวมข้อมูลลูกค้าที่มีอยู่ทั้งในอดีตและปัจจุบัน  เพื่อจัดทำข้อมูลนำเข้า  เช่น  ชื่อบริษัท  ที่อยู่  หมายเลขโทรศัพท์  หมายเลขโทรสาร  บุคคลติดต่อ  ชื่อโครงการ  งบประมาณโครงการ  ความคิดเห็นของลูกค้าที่มีต่อโครงการ  เป็นต้น
4.                   ออกแบบระบบฐานข้อมูลใหม่ด้วยโปรแกรม PHP  โดยให้มีฟังก์ชการทำงานดังนี้
-                    มีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
-                   ให้มีการฟ้องถึงการซ้ำกันของข้อมูลนำเข้า  เพื่อป้องกันการซ้ำกันของข้อมูล 
-                   โปรแกรมสามารถแสดงและพิมพ์ข้อมูลเฉพาะที่ต้องการได้
-                   สามารถสืบค้นข้อมูลได้ตามเงื่อนไขต่าง ๆ ของลูกค้า
-                   สามารถใช้งานในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้  เพื่อให้สามารถใช้งานได้รวดเร็วขึ้นและสะดวกขึ้น
5.             นำเข้าข้อมูล
6.             ฝึกอบรมผู้ใช้งานจริง/ทดลองการใช้งานจริง
7.             ทดสอบประสิทธิภาพ  และประเมินผลการใช้งาน
8.             ปรับปรุงระบบการทำงาน
9.             สรุปโครงการ
3.         การประยุกต์ใช้ระบบฐานข้อมูลลูกค้า
                ข้อมูลข่าวสารเป็นหัวใจหลักของการดำเนินงานในทุก ๆ องค์กร  ซึ่งบุคลากรของแต่ละองค์กรมีความต้องการใช้สารสนเทศที่แตกต่างกัน  เช่น ผู้บริหารต้องการใช้สารสนเทศ  ในการตัดสินใจกำหนดทิศทาง  วิสัยทัศน์  นโยบายขององค์กร  รวมทั้งการวงแผนในระยะยาว  เป็นต้น  โดยในระบบฐานข้อมูลลูกค้านี้  ได้มีการเก็บข้อมูลในการเข้าไปเยี่ยมลูกค้า  และการประเมินความพึงพอใจของลูกค้า  เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการประเมินผลสำเร็จของบริษัทฯ  และการรักษาฐานข้อมูลลูกค้าของบริษัทฯ ไว้  นอกจากนี้ยังมีการเก็บข้อมูลการร่วมกิจกรรมของลูกค้าและข้อมูลการให้ของที่ระลึก  เช่น  การให้หนังสือในเทศกาลปีใหม่ ฯลฯ  เป็นต้น
4.               คุณสมบัติโปรแกรมการจัดการฐานข้อมูลลูกค้า
      ระบบจัดการฐานข้อมูลลูกค้าดังกล่าวนี้  ได้พัฒนาขึ้นมาในรูปแบบของ  Web  Applications  โดยใช้  PHP  version  4.4.4  เป็นเครื่องมือในการพัฒนา  และใช้ MySQL  version  4.1.21  เป็นฐานข้อมูล
5.   ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
              1.  พนักงานของบริษัท ฯ  สามารถสืบค้นข้อมูลของลูกค้าได้สะดวก  รวดเร็ว
              2.  ช่วยทำให้มองเห็นช่องทางและโอกาสใหม่ ๆ กับกลุ่มลูกค้าที่มีอยู่ได้  ซึ่งจะช่วยพัฒนาการส่งเสริมการตลาดที่เหมาะสม  และกระตุ้นให้ลูกค้ามีกิจกรรมร่วมกับบริษัท ฯ
              3.  สามารถระบุและคัดเลือกลูกค้าที่มุ่งหวังได้ชัดเจนมากขึ้น  และช่วยกำหนดกลยุทธืที่จะเปลี่ยนลูกค้าที่มุ่งหวังให้เป็นลูกค้าของกิจการได้  ซึ่งทำให้เป็นการลดการสูญเสีย  เช่น  ลดต้นทุนในส่วนลูกค้าที่ไม่หวังผล  และเพิ่มผลกำไรในกลุ่มลูกค้าที่มุ่งหวัง
              4.  เป็นการประเมินผลสำเร็จของบริษัท ฯ ได้ทางหนึ่ง
6.  สรุป
              บทบาทการตัดสินใจของผู้บริหารเป็นจุดสำคัญสำหรับองค์กร  ดั้งนั้นผู้บริหารจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่ช่วยในการวางแผนและตัดสินใจสำหรับปัญหารูปแบบต่าง ๆ เครื่องมือนั้นคือ  “สารสนเทศที่ถูกต้อง  ชัดเจนและรวดเร็ว”






                         



สิ่งแวดล้อมและพลังงาน
การกำจัดขยะมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงาน
1.  บทนำ
                จากข้อมูลกรมควบคุมมลพิษ  ในปี  .. 2551  ประเทศไทยมีขยะมูลฝอยชุมชนที่เก็บขนได้ทั่วประเทศประมาณ  15.04  ล้านตัน/ปี  หรือ  41,213  ตัน/วัน  เพิ่มขึ้นจากปี  .. 2550  ประมาณ 0.32  ล้านตัน  หรือร้อยละ  2.18  ซึ่งขยะมูลฝอยที่ได้รับการกำจัดอย่างถูกหลักสุขาภิบาล  มีเพียงร้อยละ  37  โดยอยู่ในพื้นที่เขตเมือง  ได้แก่  กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา  และเขตเทศบาลบางพื้นที่  ส่วนขยะมูลฝอยที่เหลือประมาณร้อยละ  63  ยังไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง  ส่วนใหญ่ถูกนำไปเทกองทิ้งไว้  นำไปฝังในหลุม  หรือเผากลางแจ้ง  ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ตามมา  เช่น กลิ่นรบกวน  น้ำชะขยะปนเปื้อนแหล่งน้ำดื่มน้ำใช้  รวมทั้ง  เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์และพาหะนำโรค  ล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนทั้งสิน
                เมื่อพิจารณารูปแบบวิธีการกำจัดขยะที่มีอยู่ในปัจจุบัน  สามารถจำแนกได้เป็น  3  ประเภทหลัก คือ  การทำปุ๋ยหมัก  การฝังกลบ  และการเผา  พบว่าการหมักทำปุ๋ยสามารถกำจัดได้เฉพาะขยะอินทรีย์ที่ย่อยสลายได้เท่านั้น  และยังมีกากเหลือที่ต้องนำไปกำจัดต่อไป  ส่วนการฝังกลบนั้น  แม้จะดำเนินการด้วยวิธีที่ถูกต้องเหมาะสม  แต่ก็จำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจและความร่วมมือจากประชาชนค่อนข้างสูง  โดยมักมีข้อจำกัดในการจัดหาพื้นที่ที่มีการต่อต้านของชุมชนโดยรอบเสมอ
                อย่างไรก็ตาม  จำเป็นต้องพิจารณาถึงปัจจัยอื่น ๆ ประกอบด้วย  เช่น  ปริมาณและองค์ประกอบขยะ  เทคโนโลยี  การลงทุน ความพร้อมของหน่วยงานที่รับผิดชอบและข้อจำกัดของพื้นที่  ซึ่งระบบกำจัดขยะที่ดีมักเป็นแบบผสมผสาน  เช่นการหมักทำปุ๋ย  ระบบผลิตเชื้อเพลิงขยะ  ระบบเผาเพื่อผลิตไฟฟ้า  และระบบ  ฝังกลบเถ้า เป็นต้น
2.  เทคโนโลยีการกำจัดมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงาน (WTE Technology)
                เทคโนโลยีซึ่งเป็นที่ยอมรับและมีการนำมาใช้งานแล้วอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน  สามารถจำแนกได้เป็น 2  กลุ่มดังนี้
2.1   กระบวนการทางชีว-เคมี  (Bio-Chemical  Process)  ซึ่งอาศัยจุลิทรีย์ในการย่อยสลายขยะมูลฝอย  พลังงานที่ได้รับจะอยู่ในรูปของก๊าซชีวภาพ  ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นก๊าซเชื้อเพลิงในการผลิตพลังงานต่อไป
                2.2  กระบวนการทางความร้อน-เคมี  (Thermo-chemical  Process)  หรือกระบวนการทางความร้อน  ตามคำจำกัดความของสหภาพยุโรป  หมายถึงการกำจัดขยะมูลฝอยโดยใช้ความร้อนเพื่อฆ่าเชื้อ  ลดมวลปริมาตร  ก่อนที่จะนำไปกำจัดขั้นสุดท้าย 
3.  เทคโนโลยีความร้อน  (Thermal  Technology)
                กระบวนการทางความร้อน  ต้องอาศัยความร้อนจากแหล่งภายนอก  ช่วยให้ขยะมูลฝอยเกิดปฏิกิริยาการแตกสลายด้วยความ  อย่างต่อเนื่อง  โดยประสิทธิภาพของระบบขึ้นอยู่กับความสามารถในการเผาทำลายและเปลี่ยนรูปพลังงานความร้อนที่ได้จากการเผาไปใช้ในกระบวนการผลิตไฟฟ้า  หรือเป็นพลังงานรูปแบบอื่นได้  ได้แก่  ระบบเตาเผา  และระบบห้องเผาไหม้โดยใช้ก๊าซเชื้อเพลิงสังเคราะห์
3.1      ระบบเตาเผาแบบมวลรวม  (Incineration)
กระบวนการเผาไหม้โดยตรง  เป็นการทำลายขยะมูลฝอยโดยการลดมวลและปริมาตร  ปฏิกิริยาออกซิเดชั่นที่เกิดขึ้นระหว่างเชื้อเพลิงและออกซิไดเซอร์  ได้เป็นพลังงานความร้อน  สามารถแบ่งออกเป็น  2  รูปแบบดังนี้
1.  ระบบเผาไหม้โดยตรงหรือระบบเผาไหม้มวล    เป็นการเผาทำลายขยะมูลฝอยในสภาพที่รับเข้ามาโดยไม่ต้องมีกระบวนการจัดการเบื้องต้นก่อน
2.  ระบบที่มีการจัดการเบื้องต้น  ซึ่งต้องมีระบบเพื่อการลดขนาด  การบดตัด  และการคัดแยก  ซึ่งรวมถึงระบบผลิตเชื้อเพลิงจากขยะก่อนป้อนเข้าสู่ห้องเผา
3.2  กระบวนการผลิตก๊าซเชื้อเพลิงสังเคราะห์  (Synthesis  Gas)
กระบวนการเผาไหม้โดยใช้ก๊าซเชื้อเพลิงสังเคราะห์  เป็นการสร้างอุณหภูมิสูงมากเพื่อทำให้วัตถุตั้งต้นที่เป็นสารอินทรีย์แตกตัวเป็นอนุภาคของก๊าซ  จำแนกออกเป็น  2  ส่วน  คือ
1.  ก๊าซซิฟิเคชั่น  (Gasification)  เป็นกระบวนการผลิตก๊าซเชื้อเพลิงจากขยะ  โดยปฏิกิริยาสันดาปแบบไม่สมบูรณ์  ระหว่างสารอินทรีย์ในขยะกับอากาศ  ได้พลังงานความร้อนใช้ในปฏิกิริยาการเกิดก๊าซเชื้อเพลิง
2.  ไพโรไรซิส  (Pyrolysis)  เป็นกระบวนการสังเคราะห์เชื้อเพลิงแข็งให้กลายเป็นเชื้อเพลิงเหลว  และเชื้อเพลิงก๊าซ  โดยเกิดปฏิกิริยาภายใต้สภาวะไร้อากาศหรือออกซิเจน  และให้พลังงานความร้อนจากแหล่งภายนอก  ในการแตกตัวของพันธะโมเลกุลเชื้อเพลิง  ที่อุณหภูมิ  ประมาณ  400-800  องศาเซลเซียส
4.  สรุป
                โดยทั่วไปในประเทศที่กำลังพัฒนาพฤติกรรมขององค์กรที่รับผิดชอบการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนมักพิจารณาจากความเป็นไปได้ทางด้านการเงินเพื่อการตัดสินใจลงทุนโครงการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนเป็นหลัก  โดยพิจารณาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐศาสตร์  สังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องรองลงมา การบริหารจัดการขยะมูลฝอยจำเป็นต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการสร้างความเข้าใจในแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน  เพื่อให้เกิดความรู้  ความเข้าใจ  เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบของผู้บริหารองคฺกรของรัฐที่มีต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม  ตลอดจนการคัดเลือกวิธีการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนที่เหมาะสม
               









บทสารคดีวิทยุ  30  ปี  กระทรวงวิทย์  คิดเพื่อคนไทย

การผลิตเยื่อและกระดาษจากวัตถุดิบในท้องถิ่น  เพื่องานหัตกรรม
                กระดาษหัตกรรมที่ผลิตจากวัตถุดิบที่หาได้ง่ายหรือเหลือทิ้งในท้องถิ่นอย่าง  เช่น  ใบสับปะรด    ฟางข้าว          ต้นกล้วย  เปลืกข้าวโพด  หญ้าคา  และกระดาษปอสานั้น  นับเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนและกลุ่มแม่บ้านในหลายท้องถิ่น  บางแห่งกลายเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP  ขึ้นชื่อของท้องถิ่นเลยทีเดียว  อย่างไรก็ตาม  สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือ  ชาวบ้านยังขาดความรู้พื้นฐานในการผลิตเยื่อการฟอกเยื่อ  และการปรับปรุงคุณภาพของกระดาษ  ทำให้ผลิตภัณฑ์กระดาษที่ได้มีคุณภาพไม่สม่ำเสมอ  เกิดการสิ้นเปลืองสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิต  และส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย  ดังนั้น  เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว  กลุ่มเยื่อกระดาษโครงการฟิสิกส์และวิศวกรรม  กรมวิทยาศาสตร์บริการ  จึงได้จัดฝีกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร  การผลิตเยื่อกระดาษจากวัตถุดิบในท้องถิ่น  เพื่องานหัตกรรม  ขึ้นทั้งนี้  ก็ถ่ายทอดเทคโนโลยีและการพัฒนาบุคลากรของท้องถิ่นให้มีความรู้ความเข้าใจในการผลิตกระดาษหัตกรรมได้อย่างถูกต้อง  โดยใช้สารเคมีที่ไม่ส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม  ใช้ในปริมาณที่เหมาะสม  สามารถผลิตกระดาษที่มีคุณภาพได้มาตรฐานตรงความต้องการของลูกค้า  ถือเป็นหนทางส่งเสริมการสร้างงาน  สร้งอาชีพและรายได้ให้กับท้องถิ่นนั้นเอง


วันอาทิตย์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ธูปฤาษี

ชื่อวิทยาศาสตร์    Typha angustifolia L.
วงศ์    Typhaceae
ชื่อสามัญ   Common name: Cat's-tail, Lesser Bulrush
ลักษณะทางพฤษศาสตร์       ไม้ล้มลุกอายุหลายปี ตั้งตรง สูง 1.5-3 ม. ใบ มีกาบใบ เรียงสลับในระนาบเดียวกัน รูปแถบ ยาว 50-120 ซม. เว้าใกล้เส้นกลางใบ ช่อดอกแบบช่อเชิงลดรูปทรงกระบอก ช่วงดอกเพศผู้ยาว 8-40 ซม. เส้นผ่านศูนย์กลางช่อ 0.2-0.7 ซม. มีใบประดับ 1-3 ใบ หลุดร่วง ช่วงดอกเพศเมียยาว 5-30 ซม. เส้นผ่านศูนย์กลางช่อ 0.6-2 ซม. มักแยกออกจากส่วนดอกเพศผู้ด้วยส่วนก้านช่อดอกที่เป็นหมันที่ยาว 2.5-7 ซม. ดอก มีขนาดเล็ก ไม่มีกลีบดอกและกลีบเลี้ยง เกสรเพศผู้ส่วนมากมี       3 อัน มีขนล้อมรอบ ก้านเกสรเพศผู้สั้น อับเรณูยาว 1.5-2 มม. ดอกเพศเมียมีใบประดับย่อยรูปเส้นด้าย       รังไข่รูปกระสวย ก้านรังไข่เรียว ยาวประมาณ 5 มม. มีขนยาว ก้านเกสรเพศเมียยาว 1-1.5 มม. มีขนแต่สั้นกว่าบนก้านรังไข่ ยอดเกสรรูปแถบหรือรูปใบหอก ผล  มีขนาดเล็ก รูปรี
การกระจายพันธุ์    ทั่วโลกในเขตร้อนและเขตอบอุ่น ในไทยพบทุกภูมิภาค ขึ้นตามหนองน้ำ ทะเลสาบ หรือริมคลอง ตามที่โล่งทั่วไป
ประโยชน์   ใบใช้สานเสื่อหรือตะกร้า ช่อดอกแห้งใช้เป็นไม้ประดับ ในสมุนไพรจีนอับเรณูและลำต้นใช้รักษาโรคทางเดินปัสสาวะ ลำต้นยังใช้เพิ่มน้ำนมในสตรีหลังคลอดบุตร


โคลงเคลง

ชื่อพื้นเมือง       กะดูดุ กาดูโต๊ะ โคลงเคลงขึ้นก โคลงเคลงขี้หมา ชี้ชะโพะ ตะอาเต๊าะ   เบร์มะเหรมังเคร่ มังแร้ สาเร สำเร มายะอ้า อ้าหลวง
ชื่อวิทยาศาสตร์  Melastoma malabathricum L.subsp. malabathricum
ชื่อวงศ์             MELASTOMATACEAE
นิเวศวิทยาและการกระจายพันธุ์
          ในประเทศ  ตามชายป่าหรือที่โล่งแจ้ง ริมน้ำในป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบแล้ง ทุกภาคในต่างประเทศ  พม่า กัมพูชา ลาว เวียดนาม
ลักษณะทั่วไป
          ต้นไม้  เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-2 เมตร ลำต้นแตกเป็นกอ ยอดอ่อน กิ่งก้านเป้นสีน้ำตาลแดง มีขนละเอียด สีน้ำตาลอ่อนปกคลุมทุกส่วน แตกกิ่งกิ้นเป็นพุ่มโปร่ง เปลือกนอกลำต้นบางเรียบ สีน้ำตาลแดง เปลือกในสีขาว   ใบ  ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามกน รูปใบหอก ปลายใบแหลมเรียว โคนใบเรียวสอบ กว้าง 4-5 ซม. ยาว 7-12 ซม. แผ่นใบค่อนข้างแข็ง ผิวใบมีเกล็ดเล็กแหลม เส้นใบ 3 เส้น ออกจากโคนใบไปสิ้นสุดที่ปลายใบ ใบมีสีเขียวเข้ม   ดอก  ออกเป็นช่อกระจุกที่ปลายกิ่ง 3-5 ดอก สีม่วงอมชมพู ดอกบางเต็มที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5-5.5 ซม. กลีบดอกมี 5 กลีบดอกย่อยมีกลีบเลี้ยงเป็นเส้น ๆ  ผล  รูปทรงเรียวคล้ายลูกข่าง ผิวมีขน เนื้อในแดงอมม่วง เมล็ดมีจำนวนมาก  ระยะเวลาการออกดอกและเป็นผล  ตลอดปี     การขยายพันธุ์  เพาะกล้าจากเมล็ด ตอน
การใช้ประโยชน์  ด้านเป็นไม้ประดับ  เป็นไม้พุ่มที่ปลูกเพื่อการตบแต่งสวนหย่อมได้ มีใบที่เขียวสวย โดยเฉพาะดอกสีม่วงสดใสมาก มีขนาดกว้าง 5 ซม. และต้นแตกกอเพิ่มปริมาณต้นมากขึ้น ๆ และออกดอกตลอดปี ปลูกครั้งเดียวมีอายุให้ดอกได้นานหลายปี
ด้านสมุนไพร   ราก  ใช้เป็นยาดับพิษไข้ บำรุงธาตุ เจริญอาหาร บำรุงร่างกาย บำรุงตับไตและดี  ดอก  เป็นยาระงับประสาท และห้ามเลือด

หมากเม่า

ชื่อพื้นเมือง             ต้นเม่า,มะเม่า, หมากเม่า, เม่าเสี้ยน,มัดเซ,เม่า
ชื่อสามัญ                เม่าหลวง
ชื่อวิทยาศาสตร์      Antidesma thwaitesianum
     เป็นไม้ผลยืนต้นไม่ผลัดใบ สายพันธุ์เบอร์รี่ ในวงศ์ STILAGINACEAE สูง15-12 เมตร  มีอยู่ในป่าตามธรรมชาติในเขตพื้นที่ต่างๆในประเทศไทย โดยจะมีความแตกต่างที่สังเกตได้ คือ ขนาดของผล โดยเม่าจะมีมากในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในหลายจังหวัดแต่จะมีมากและเป็นพันธุ์ที่มีขนาดผลใหญ่กว่าปกติ  ซึ่งเรียกกันในท้องถิ่นว่า เม่าหลวง
ใบ เป็นใบเดี่ยว ด้านบนสีเขียวเป็นมันเรียงตัวสลับ รูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 4-5 เซนติเมตร ยาว   10-13 เซนติเมตร    ดอก ออกเป็นช่อ เป็นแบบดอกแยกเพศต่างต้น ซึ่งจะออกช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม  ผล เป็นผลเดี่ยว ทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.8-1.2 เซนติเมตร ผลดิบสีเขียวเมื่อเข้าสู่ระยะสุกผลเปลี่ยนเป็นสีแดงและสีดำเมื่อสุกจัด ผลฉ่ำน้ำ ให้ผลผลิตปีละครั้งช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน  ขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด ก่อนแยกต้นปลูก เจริญเติบโตได้ดีในทุกพื้นที่ ชอบแสงแดด ทนแล้งได้ดี  ประโยชน์  ผลไม้ในสายพันธุ์นี้ได้รับความนิยมในต่างประเทศและประเทศไทยในการนำมาแปรรูปเป็นน้ำผลไม้เข้มข้น  โดยนิยมดื่มเพื่อบำรุงสุขภาพ เนื่องจากมีสารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ และอื่นๆที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่มีวางจำหน่าย เช่น  " วีต้าเบอร์รี่" ผลิตโดยบริษัทแบรนด์ ซึ่งผลิตจากผลเบอร์รี่ต่างประเทศประโยชน์ ผลนำมาทำอาหารคล้ายส้มตำ ทำน้ำผลไม้ ทำไวน์แดง ทางสมุนไพร เป็นยาระบาย บำรุงสายตา

ต้นโทะ

ต้นโทะ
ชื่อวิทยาศาสตร์  Rhodomyrtus tomentosa (Ait.) Hassk.
วงศ์  Myrtaceae
ชื่อสามัญ  ทุ  พรวด
ชื่อท้องถิ่น  โท๊ะ (สงขลา) Kuuam (มาเลเซีย)
ลักษณะทางพฤษศาสตร์  ต้นโท๊ะ เป็นไม้พุ่มเขียวชะอุ่มทั้งปี ความสูงประมาณ 2-3 เมตร และสามารถเติบโตขยายพันธุ์เป็นพืชเชิงเดี่ยวได้  ใบ รูปไข่ปลายมน (elliptic - oval) ยาวประมาณ 5-8 เซนติเมตร กว้างประมาณ 1.5 - 4 เซนติเมตร หน้าใบเป็นมัน ส่วนหลังใบมีขนละเอียดปกคลุม โดยมีเส้นใบนูนสามเส้น ดอก สีของดอกโท๊ะเป็นสีชมพูกุหลาบ กลีบดอกชั้นเดียว มีสีชมพูอ่อนถึงแก่ในช่อเดียวกัน ขนาดดอกกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 - 3 เซนติเมตร  ผลอ่อน มีสีเขียวแล้วจะค่อย ๆ สุกกลายเป็นสีแดง จนสุกจัดกลายเป็นสีม่วงอมดำ มีขนาดกว้างประมาณ 1 - 2 เซนติเมตร ลักษณะคล้ายผลบลูเบอรี่ แต่จะค่อนข้างยาวกว่ามีสีเขียวแล้วจะค่อย ๆ สุกกลายเป็นสีแดง จนสุกจัดกลายเป็นสีม่วงอมดำ มีขนาดกว้างประมาณ 1 - 2 เซนติเมตร ลักษณะคล้ายผลบลูเบอรี่ แต่จะค่อนข้างยาวกว่า 
การขยายพันธุ์   โท๊ะ ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดที่ติดไปกับนกหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ ที่กินผลโท๊ะเป็นอาหาร ผลโท๊ะมีเมล็ดมาก และมีอัตราการงอกสูงมาก โดยในระยะแรกของการงอกจะเจริญเติบโตได้ดีถ้าดินมีความชื้นเพียงพอ

ต้นเสม็ด

ต้นเสม็ด
ชื่อวิทยาศาสตร์   Syzygium gratum (Wight) S.N. Mitra var. gratum
ชื่อวงศ์                MYRTACEAE
ชื่อพื้นเมือง         ผักเสม็ด, ผักเม็ก (นครราชสีมา); ไคร้เม็ด (เชียงใหม่); เม็ก (ปราจีนบุรี); เม็ดชุน (นครศรีธรรมราช) ;เสม็ด (สกลนคร, สตูล);เสม็ด เขา, เสม็ดแดง (ตราด); เสม็ดชุน (ภาคกลาง); ยีมือแล (มลายู ภาคใต้)
ลักษณะทั่วไป    ไม้ต้นขนาดเล็ก สูงถึง 7 เมตร ผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มกลม ใบอ่อนสีแดง เปลือก สีน้ำตาลแดง
ใบ     ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม ใบรูปใบหอกแกมรูปไข่
ดอก   สีขาว ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกแยกแขนงตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอก ออก ก.พ - เม.ย
ผล     ผลสดแบบมีเนื้อเมล็ดเดี่ยว ทรงกลม หรือ ไข่สีขาว ผล ออก มี.ค - มิ.ย
ด้านภูมิทัศน์    ปลูกในสวนสมุนไพร หรือ ให้ร่มเงาในบ้านแข็งแรงและ ดูแลง่าย
ประโยชน์       ยอดอ่อน ลวก หรือกินกับผักกับนำพริก มีรสเปรี้ยวอมฝาด ใบตำพอกแก้เคล้ด  ขัดยอกฟกบวม



ต้นหว้า

     หว้า                         Waa
     
ชื่อวิทยาศาสตร์     
Eugenia cumini Druce
  
 
ชื่อวงศ์                    
MYRTACEAE
   
 ชื่ออื่นๆ                    มะห้า มะเกี่ยวแขก ห้าขี้แพะ
     ลักษณะทั่วไป         หว้า เป็นผลไม้ยืนต้น ลำต้นตรงสูงประมาณ 5-12เมตร การแตกกิ่งเป็นมุมแหลม ปลายกิ่งตั้ง กระจายกิ่งกลางลำต้นขึ้นไป
     ผิวเปลือก                เปลือกของลำต้นชั้นนอกมีสีเทาขาว ผิวขรุขระ เปลือกไม่หลุดลอกออกเป็นแผ่น
     ใบ                           ใบเป็นใบเดี่ยว เกิดเป็นคู่อยู่ตรงข้ามระนาบเดียวกัน แผ่นใบรูปไข่รี โค้งมน ปลายใบมน ผิวใบเรียบลื่น
     ดอก                      ดอกเป็นช่อเกิดตามปลายกิ่งมีมาก ดอกคล้ายไข่มด
     ผล                         เป็นผลสดเป็นช่อเมื่อสุก มีสีม่วงดำ ผิวเรียบ เนื้อฉ่ำน้ำ รสฝาด หรือหวานปนฝาด เมล็ดกลมสีขาว
     การขยายพันธุ์     ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดหว้าจะขึ้นได้ดีกับดินทุกชนิด ชอบแสงแดดจัดและความชื้นปานกลาง